ร่วมงานประเพณีอีสานสืนสานวัฒนธรรมไทย

วันที่ 22 มกราคม 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 และโรงเรียนอนุบาลพุทไธสงฯ ร่วมงานประเพณีอีสานสืบสานวัฒนธรรมไทย (ฮีต 12 คอง 14) ประจำปี 2563 ณ สนามกีฬากลางเทศบาลตำบลพุทไธสง (บึงสระบัว) โดยมีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน

โดย   “ฮีตสิบสอง” หมายถึง  จารีตประเพณีประจำสิบสองเดือน  ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ชาวบ้านจะได้มาร่วมชุมนุมและทำบุญในทุก ๆ  เดือนของรอบปีและถือเป็นจรรยาของสังคม  ผู้ที่ฝ่าฝืนก็จะเป็นผู้ที่ผิดฮีตหรือผิดจารีตนั่นเอง  (หลายครั้งฮีตสิบสองมักจะกล่าวควบคู่  “คลองสิบสี่”  (คองสิบสี่)  ที่เป็นดังแบบแผนหรือแนวทางดำเนินชีวิต (คลอง = ครรลอง)  แต่จะมุ่งเน้นไปทางศีลธรรมมากกว่าด้านอาชีพ)

สำหรับประเพณีหลัก ๆ  12  เดือนตามฮีตสิบสองของชาวอีสานโบราณนั้นประกอบด้วย
          เดือนเจียง (เดือน อ้าย)  มีการประกอบพิธีบุญเข้ากรรม  ซึ่งเป็นเดือนที่พระสงฆ์เข้ากรรม  (ปริวาสกรรม)  เพื่อให้พระสงฆ์ผู้กระทำผิด  ได้สารภาพต่อหน้าคณะสงฆ์ เป็นการฝึกจิตสำนึกถึงความบกพร่องของตน  และมุ่งประพฤติตนให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยต่อไป  ชาวบ้านก็จะมีการทำบุญเลี้ยงผีต่าง ๆ
          เดือนยี่  ใน ฤดูหลังการเก็บเกี่ยว  ชาวบ้านจะทำบุญคูณข้าวหรือบุญคูณลาน  โดยนิมนต์พระสวดมนต์เย็น  เพื่อเป็นมงคลแก่ข้าวเปลือก  รุ่งเช้าเมื่อพระฉันเช้าแล้วจะมีการทำพิธีสู่ขวัญข้าว  นอกจากนี้ชาวบ้านจะเตรียมเก็บสะสมฟืนไว้หุงต้มที่บ้าน
 เดือนสาม  ใน มื้อเพ็งหรือวันเพ็ญเดือนสาม  จะมีการทำบุญข้าวจี่และบุญมาฆบูชา  การทำบุญข้าวจี่จะเริ่มตอนเช้าโดยใช้ข้าวเหนียวปั้นใส่น้ำอ้อยนำไปจี่บนไฟ อ่อนแล้วชุบด้วยไข่เมื่อสุกแล้วนำไปถวายพระ
เดือนสี่  ทำบุญ พระเวสฟังเทศน์มหาชาติ  ในงานบุญนี้มักจะมีผู้นำของมาถวายพระ  ซึ่งเรียกว่า  “กัณฑ์หลอน”  หรือถ้าจะถวายเจาะจงเฉพาะพระนักเทศน์ที่ตนนิมนต์มาก็จะเรียกว่า  “กัณฑ์จอบ”  เพราะต้องแอบซุ่มดูให้แน่เสียก่อนว่าใช่พระรูปที่จะถวายเฉพาะเจาะจงหรือไม่
          เดือนห้า  ประเพณีตรุษสงกรานต์หรือบุญสรงน้ำหรือบุญเดือนห้า  ซึ่งมีขึ้นในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือนห้าและถือเป็นเดือนสำคัญ  เพราะเป็นเดือนเริ่มต้นปีใหม่ไทย  การสรงน้ำจะมีทั้งการรดน้ำพระพุทธรูป  พระสงฆ์  และผู้หลักผู้ใหญ่  ด้วยน้ำอบน้ำหอมเพื่อขอขมาและขอพรตลอดจนมีการทำบุญถวายทาน
         เดือนหก ประเพณีบุญบั้งไฟและบุญวันวิสาขบูชา  การทำบุญบั้งไฟเป็นการขอฝนพร้อมกับงานบวชนาค  ซึ่งการทำบุญเดือนหกถือเป็นงานสำคัญก่อนการทำนา หมู่บ้านใกล้เคียงจะนำเอาบั้งไฟมาจุดประชันขันแข่งกัน  หมู่บ้านที่รับเป็นเจ้าภาพจะจัดอาหาร  เหล้ายามาเลี้ยง  เมื่อถึงเวลาก็จะตั้งขบวนแห่บั้งไฟและรำเซิ้งออกไป  ณ  ลานที่จุดบั้งไฟ  ด้วยความสนุกสนาน  คำเซิ้งและการแสดงประกอบจะออกไปในเรื่องเพศแต่จะไม่คิดเป็นเรื่องหยาบคาย แต่อย่างใด  ซึ่งประเพณีบุญบั้งไฟจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีที่จังหวัดยโสธร  ส่วนการทำบุญวิสาขบูชานั้นจะมีการทำบุญเลี้ยงพระ  ฟังเทศน์  ช่วงเย็นมีการเวียนเทียนเช่นเดียวกับภาคอื่น ๆ
          เดือนเจ็ด ทำบุญซำฮะ  (ล้าง)  หรือบุญบูชาบรรพบุรุษ  มีการเซ่นสรวงหลักเมือง  หลักบ้าน  ปู่ตา  ผีตาแฮก  ผีเมือง  เป็นการทำบุญเพื่อระลึกถึงผู้มีพระคุณ
          เดือนแปด  ทำบุญ เข้าพรรษาซึ่งเป็นประเพณีทางพุทธศาสนาโดยตรง  ลักษณะการจัดงานจึงคล้ายกับทางภาคอื่น ๆ  ของประเทศไทย  เช่น  มีการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์สามเณร  มีการฟังธรรมเทศนา  ตอนบ่ายชาวบ้านหล่อเทียนใหญ่ถวายเป็นพุทธบูชาและเก็บไว้ตลอดพรรษา  การนำไปถวายวัดจะมีขบวนแห่ฟ้อนรำเพื่อให้เกิดความคึกคักสนุกสนาน  ประเพณีแห่เทียนพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องเป็นที่จังหวัดอุบลราชธานี
          เดือนเก้า ประเพณีทำบุญข้าวประดับดิน  เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศแก่ญาติผู้ล่วงลับ  เพื่อบูชาผีบรรพบุรุษและผีไร้ญาติ  โดยชาวบ้านจะทำการจัดอาหาร  ประกอบด้วยข้าว  ของหวาน  หมากพลู  บุหรี่ห่อด้วยใบตองกล้วยร้อยเป็นพวง  เตรียมไว้ถวายพระช่วงเลี้ยงเพล  บางพื้นที่อาจจะนำห่อข้าวน้อย  เหล้า  บุหรี่  แล้วนำไปวางหรือแขวนไว้ตามต้นไม้และกล่าวเชิญวิญญาณของบรรพบุรุษและญาติ มิตรที่ล่วงลับไปมารับส่วนกุศลในครั้งนี้  ต่อมาใช้วิธีการกรวดน้ำหลังการถวายภัตตาหารพระสงฆ์แทน  การทำบุญข้าวประดับดินนิยมทำกันในวันแรม  14  ค่ำ  เดือนเก้า  หรือที่เรียกว่า  บุญเดือนเก้า
          เดือนสิบ ประเพณีทำบุญข้าวสากหรือข้าวสลาก  (สลากภัตร)  ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบผู้ถวายจะเขียนชื่อของตนลงในภาชนะที่ใส่ของทานและ เขียนชื่อลงในบาตร ภิกษุสามเณรรูปใดจับได้สลากของใครผู้นั้นจะเข้าไปถวายของเมื่อพระฉันเสร็จ แล้วจะมีการฟังเทศน์เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ผู้ตาย
          เดือนสิบเอ็ด ประเพณีทำบุญออกพรรษา  ในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือนสิบเอ็ด  พระสงฆ์จะแสดงอาบัติ  ทำการปวารณา  คือ  การเปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ต่อมาเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่จะให้โอวาทเตือนพระสงฆ์ให้ปฏิบัติตนอย่างผู้ ทรงศีล  พอตกกลางคืนจะมีการจุดประทีป  โคมไฟนำไปแขวนไว้ตามต้นไม้ในวัดหรือตามริมรั้ววัด จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  บุญจุดประทีป  ในจังหวัดนครพนมจะมีประเพณีการไหลเรือไฟซึ่งตกแต่งด้วยตะเกียงน้ำมันก๊าด เป็นรูปต่าง ๆ  สวยงามกลางลำน้ำโขงและมีหลายจังหวัดที่จัดงานแห่ปราสาทผึ้งขึ้น  แต่ที่นับว่าเป็นต้นตำรับและมีความยิ่งใหญ่กว่าที่ใดก็คือจังหวัดสกลนคร
เดือนสิบสอง เป็นเดือนส่งท้ายปีเก่าซึ่งจะมีการทำบุญกองกฐินโดยเริ่มตั้งแต่วันแรมหนึ่ง ค่ำ  เดือนสิบเอ็ดถึงกลางเดือนสิบสอง  แต่ชาวอีสานในสมัยก่อนนิยมเริ่มทำบุญทอดกฐินกันตั้งแต่ข้างขึ้นเดือนสิบสอง  จึงมักจะเรียกบุญกฐินว่า  บุญเดือนสิบสอง  สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำใหญ่  เช่น  แม่น้ำโขง  แม่น้ำชี  และแม่น้ำมูล  จะมีการจัดส่วงเฮือ  (แข่งเรือ)  เพื่อระลึกถึงอุสุพญานาค  บางแห่งจะมีการทำบุญดอกฝ้ายเพื่อใช้ทอเป็นผ้าห่มกันหนาวถวายพระเณร  มีการจุดพลุตะไล  และบางแห่งจะมีการทำบุญโกนจุกลูกสาวซึ่งนิยมทำกันมากในสมัยก่อน

ประเพณีทั้งสิบสองเดือนชาวอีสานโบราณถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้อง ร่วมมือกันอย่างจริงจัง  ตั้งแต่เดือนอ้ายจนถึงเดือนสิบสองใครที่ไม่ไปช่วยงานบุญก็จะถูกสังคมตั้ง ข้อรังเกียจและไม่คบค้าสมาคมด้วยการร่วมประชุมทำบุญเป็นประจำทำให้ชาวอีสาน มีความสนิทสนมรักใคร่และสามัคคีกัน  ทั้งภายในหมู่บ้านของตนและในหมู่บ้านใกล้เคียง




Leave a Reply

Your email address will not be published.


Comment


Name

Email

Url